ตั้งแต่ปี 2563 เหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกหลายด้าน ไม่ว่าเป็นการชะลอตัว และความถดถอยของสภาพเศรษฐกิจทั่วโลก หรือการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างธุรกิจต่างๆ ถึงแม้ประเทศไทยจะมีมาตรการใน การรับมือและเฝ้าระวังเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19 ได้เป็นอย่างดีก็ตาม แต่ก็ยังมีการแพร่ระบาดระลอกใหม่ใน ช่วงเดือนธันวาคม 2563 จึงไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่าเศรษฐกิจภายในประเทศ การเดินทางท่องเที่ยว การใช้จ่ายในภาคเศรษฐกิจ ครัวเรือนที่กำลังจะฟื้นตัวกลับต้องหยุดชะงัก ผู้บริโภคลดการจับจ่ายใช้สอยสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ไม่จำเป็นในการใช้ชีวิต ประจำวัน ซึ่งรวมถึงการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยหรือเพื่อการลงทุนอีกด้วย การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ยัง ส่งผลต่อการดำรงชีวิตของผู้คนทั้งในเมืองและนอกเมือง การเว้นระยะห่าง การงดกิจกรรม การปรับรูปแบบการใช้ชีวิตส่วนตัว และการทำงาน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้ธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบ นำมาซึ่งการปิดตัวของกิจการ และการว่างงานของผู้บริโภค ตามมาเป็นลำดับ

บริษัทตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวจึงมีการทำการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เพื่อให้พร้อมรับกับทุก วิกฤติที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับรูปแบบที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค การขยายสายงานธุรกิจจาก เดิมที่มุ่งเน้นการดำเนินโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขาย เป็นการเพิ่มสร้างรายได้จากธุรกิจการให้บริการที่จะนำมาซึ่งรายได้ที่ยั่งยืน เช่น การให้เช่าอาคารคลังสินค้า สนามกอล์ฟ และธุรกิจใหม่ในการให้บริการด้านสุขภาพโดยความร่วมมือกับโรงพยาบาล บำรุงราษฎร์ และบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในการพัฒนาศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบ องค์รวมแห่งแรกในเอเชียภายใต้โครงการ “รักษ”

ในนามของคณะกรรมการและผู้บริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น นักลงทุน สถาบัน การเงิน ที่ยังคงให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทด้วยดีตลอดมา และขอให้เชื่อมั่นว่า คณะกรรมการ คณะ ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับพร้อมมุ่งมั่นทุ่มเทร่วมกันอย่างเต็มความสามารถเพื่อสร้างรายได้และพัฒนาองค์กรให้เติบโต อย่างยั่งยืนและแข็งแกร่งให้กับบริษัทต่อไป



นายสุเทพ วงศ์วรเศรษฐ
ประธานกรรมการ
ข่าวประชาสัมพันธ์